ข้อมูลในหัวข้อนี้จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้พร้อม ก่อนเดินทางมาเที่ยว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง

 

 

 

การวางแผนการเดินทางด้วยรถไฟ

สวิสเซอร์แลนด์เป็นประเทศเล็ก ๆ ที่เดินทางท่องเที่ยวทั่วทั้งประเทศได้ด้วยการบริการของขนส่งสาธารณะ นั่นก็คือ รถไฟ รถเมล์ รถราง แม้กระทั่งเรือสำราญ แต่ 80% หลัก ๆ ในการเดินทางท่องเที่ยวของคุณแน่นอนว่าคือรถไฟ ไม่ใช่เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่คนสวิสเองก็ใช้บริการรถไฟกันเป็นปกติ ดังนั้นนอกจากที่คุณจะได้รับความสะดวกสบาย จากการเดินทางด้วยรถไฟแล้ว คุณก็จะยังได้สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่จริง ๆ ทั้งยังมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับคนท้องถิ่นได้ง่าย

นอกจากการรถไฟจะมีรถไฟที่สะอาด สะดวกและตรงต่อเวลาไว้บริการแล้ว ก็ยังจะมีตารางรถไฟที่เราสามารถเช็ค Online ผ่านทาง Internet ได้อีกด้วย คุณสามารถเข้าไปวางแผนการเดินทางของคุณได้ที่ http://www.sbb.ch/en โดยคุณเพียงแค่ใส่สถานีต้นทาง ปลายทาง วันที่และเวลาที่ต้องการเช็ค จากนั้นกดปุ่ม Search Connection เท่านี้ก็จะได้ตารางรถไฟที่ต้องการ สามารถเช็คล่วงหน้าได้เป็นเดือน


ตั๋วสวิสพาส

การเดินทางด้วยรถไฟในประเทศสวิสเซอร์แลนด์นั้น แม้ว่าจะสะดวก สบายขนาดไหน ก็ต้องแลกมาด้วยค่าตั๋วรถไฟที่แสนแพงแม้สำหรับคนสวิสเองก็ตาม ดังนั้นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักท่องเที่ยวก็คือ ทางการท่องเที่ยวของสวิส มีบัตรหลายประเภทไว้ให้เลือกใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น swiss pass / swiss card / swiss flexi ฯลฯ ทั้งนี้บัตรแต่ละประเภทก็มีข้อแตกต่างกันไป

Swiss Pass นั้นเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด Swiss Pass หรือที่หลายคนเรียกว่าบัตรเบ่งนั้น สามารถใช้ในการเดินทางทุกประเภทที่เป็นการคมนาคมของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถเมล์ รถราง เรือสำราญล่องทะเลสาบ อีกทั้งยังได้ส่วนลดพิเศษ สำหรับรถไฟสายพิเศษอื่น ๆ ด้วยเช่น Jungfrau Bahn / Gornnergrat Bahn ฯ คุณสามารถ หรือ ซื้อที่เมืองไทยได้ที่บริษัทดีทแฮล์ม Tel: 02 - 660 7067 - 9 ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยราคาที่ขายนั้นสกุลเป็นยูโรจึงบอกเป็นราคาเงินไทยที่แน่นอนไม่ได้ ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาท ณ เวลานั้น ๆ ทั้งนี้ราคาสวิสพาสจะประหยัดขึ้นอีก

  • เมื่อคุณเดินทางตั้งแต่2 คนขึ้นไป โดยจะต้องเดินทางด้วยกันตลอดการเดินทาง ก็จะได้ลดราคาอีก15%
  • เยาวชนอายุ ต่ำกว่า26 ปี ซื้อบัตร ซึ่งจะได้ลดราคาจากSwissPass 25% โดยสามารถใช้งานได้เช่นเดียวกับSwiss Pass ทุกอย่าง
  • เด็กอายุต่ำกว่า6 ขวบได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียค่าตั๋ว
  • ส่วนเด็กอายุ6 -16 ปี ถ้าเดินทางกับพ่อ-แม่ ไม่ต้องเสียค่าตั๋วเช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้เดินทางกับ พ่อ-แม่ เสียครึ่งราคา

Swiss Pass จะมีให้เลือกซื้อโดยแบ่งออกเป็น แบบเดินทาง 4 วัน / 8 วัน / 15 วัน / 22 วัน / 1 เดือน ซึ่งในกรณีที่คุณเดินทาง 10 วัน มดก็แนะนำให้ซื้อแบบ 15 วันไปเลย เพราะราคาจะเพิ่มขึ้นมาจาก 8 วันไม่มากนัก แต่คุ้มกว่าคุณไปซื้อตั๋วเป็นเที่ยว ๆ และคุณก็ไม่จำเป็นต้องคอยคำนวนค่าเดินทาง หรือจำกัดการเดินทางในเส้นทางใกล้ ๆ เพื่อประหยัดค่าเดินทาง

** คุณสามารถดูรายละเอียดราคาของทุก pass และสั่งซื้อ Online ได้ที่ลิงค์นี้ค่ะ http://www.plan4swiss.com/swisspass.html

 

ราคา ของ Swiss Pass (ราคาในปี 2009 หน่วยเป็น สวิสฟรังซ์)
 
ผู้ใหญ่อายุ 26 ปีขึ้นไป
เดินทางพร้อมกัน 2 คนขึ้นไป เยาวชนอายุ 16-26 ปี
เด็กอายุ 6-16 ปี
ไม่ได้เดินทางพร้อมพ่อแม่
Swiss pass 4 วัน
260
221
195
130
Swiss Pass 8 วัน
376
320
282
188
Swiss Pass 15 วัน
455
387
342
227.5
Swiss Pass 22 วัน
525
446.50
394
262.5
Swiss Pass 1 เดือน
578
491.50
434
289.5

 

คำเตือน
ถ้าคุณต้องการเริ่มใช้งานสวิสพาสในวันที่คุณเดินทางมาถึงเลย ให้คุณทำอย่างแรกเมื่อคุณเดินทางมาถึงสนามบินซูริค(หลังจากผ่าน ตม. มาแล้ว) ก็คือ ไปที่ช่องขายตั๋วรถไฟ โดยยื่นสวิสพาสพร้อมพาสปอร์ตของทุกคนที่มีชื่อระบุอยู่ในนั้น โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเราต้องการใช้สวิสพาสวันนี้เลย แล้วเจ้าหน้าที่จะประทับวันที่เริ่มใช้พร้อมเซ็นชื่อรับรอง ในกรณีที่ลืม หรือไม่มีเวลาเนื่องจากจะไม่ทันรถไฟ ให้คุณรีบแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วบนรถไฟ ขอให้เค้าทำการประทับตราเริ่มใช้ให้คุณ แต่ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่บนรถไฟ ก็ให้ไปที่ช่องขายตั๋วของสถานีที่คุณลงเพราะค่าปรับในกรณีไม่ได้ประทับตราเริ่มใช้นั้น เริ่มตั้งแต่5 – 70 ฟรังซ์ แล้วแต่ความปราณีของนายตรวจตั๋ว


การเช็คสภาพอากาศสำคัญอย่างไรในการท่องเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์

หากคุณมีเพื่อนที่เคยเดินทางมาสวิสแล้ว จะมีบางครั้งที่คุณเคยได้ยินว่า "วันที่ขึ้นไปยุ้งเฟรานั้น อากาศไม่ดีเลย มองไม่เห็นอะไรเลย" / "เสียดายจังไม่ได้ยอดมัทเธอร์ฮอร์น" หรืออะไรทำนองนี้ อันเกี่ยวเนื่องมาจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ให้ได้ชมเทือกเขาแอลป์อันมีชื่อได้อย่างที่ตั้งความหวังไว้

มดอยากจะบอกว่า เรื่องนี้เราสามารถวางแผนได้ หากคุณทราบมาแล้วว่า มดเองก็ทำอาชีพเป็นไกด์พาคนไทยเที่ยวสวิสอยู่เหมือนกัน และเอารูปขึ้นโชว์ไว้ใน Website www.modtrip.com ซึ่งจะเห็นได้ว่า 90% ของทุกทริป จะได้ชมความงามของเทือกเขาแอลป์ในวันที่สวยที่สุด แดดงาม ท้องฟ้าครามเข้ม และยอดมัทเธอฮอร์นสวยเด่นเป็นสง่า หลายคนบอกว่า "โชคดีจัง" ซึ่งเรื่องแบบนี้ โชคช่วยแค่ 10% เท่านั้นค่ะ ที่เหลือคือการวางแผนการเดินทางที่ดี ซึ่งเรื่องสำคัญที่สุดก็คือ การเช็คสภาพอากาศค่ะ

การเช็คสภาพอากาศให้ได้แม่นยำที่สุดคือการเช็คล่วงหน้าไม่เกิน 2 วัน หรือถ้าเช็ควันต่อวันได้จะยิ่งดี อาจจะทำให้แผนการเดินทางของเราไม่ตายตัว แต่ชัวร์ ๆ ว่าได้เห็นสวิสในวันที่สวยที่สุดแน่นอน แผนของมดก็มักจะแจ้งกับลูกค้าเสมอว่า เราจะรอวันที่แดดดีที่สุด แล้วพุ่งไปขึ้นเขาเลย และเว็บที่ดีของการเช็คสภาพอากาศคือเว็บที่บอกอากาศ 3 เวลา เช้า กลางวัน และ เย็น มดใช้บริการของเว็บนี้ค่ะ

www.wetteronline.de

หลังจากคลิ้กปุ่ม Go แล้วเราก็จะได้รับรายงานสภาพอากาศ พร้อมทั้งอุณภูมิสูงสุดและต่ำสุดประจำวันด้วย


บ้านพักเยาวชน

บ้านพักเยาวชน หรือเมื่อก่อนถูกเรียกขานว่า Youth Hostel ตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็น Hosteling International เรียบร้อยแล้วค่ะ คราวนี้ไม่ต้องมีคำถามแล้วนะคะว่า อายุเกิน Youth จะเข้าพักได้หรือไม่
เนื่องโรงแรมของสวิสนั้นราคาแพงมาก มดจึงขอแนะนำบ้านพักเยาวชน ที่มีมาตรฐานการให้บริการดีพอ ๆ กับโรงแรมเลยทีเดียว แต่ราคาถูกกว่า มดเองก็เลือกใช้บริการของ Youth Hostel ซึ่งตอนนี้ที่เมืองไทยเปลี่ยนชื่อเป็น Hosteling International แล้ว ค่ะ

บ้านพักเยาวชนที่ประเทศสวิสฯ นั้นติดอันดับ และได้รับรางวัล ว่าเป็นบ้านพักเยาวชนที่ สะอาด สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรที่สุด โดยปกติห้องพักที่ทาง Youth Hostel มีไว้บริการนั้น จะเป็นห้องรวมมีทั้ง 4 เตียง 6 เตียง หรือ 8 เตียง โดยแยกชายหญิง แต่ถ้าบางท่านอยากมีความเป็นส่วนตัว Youth ก็มีห้องพักแบบ สองเตียง ห้องน้ำในตัว ไว้บริการเช่นกันค่ะ สามารถจองที่พักของสวิสฯ ผ่านเว็บไซท์ได้ที่นี่ค่ะ http://www.youthhostel.ch/ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจำเป็นต้องมีบัตรสมาชิกของ Hosteling International ด้วยนะคะ ถ้าไม่มีบัตรสมาชิก เราจำเป็นต้องชำระเพิ่ม 6 ฟรังซ์ ต่อคน ต่อคืนการสมัครเป็นสมาชิกของ Thailand Youth Hostel (สมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย) สามารถทำได้ดังนี้

  1. สมัครด้วยตนเองหรือสมัครแทนได้ ในกรณีทราบข้อมูล ชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิด ที่ถูกต้องตรงตามหนังสือเดินทาง( Passport ) ที่อยู่ของสมาคมฯ อยู่ที่เลขที่ 25/2 ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 เบอร์โทร 02 628 7413 – 15 โทรสาร 02 628 7416 แผนที่สามารถดูได้ทางเว็บไซท์
  2. สมัคร Online ที่ http://www.hithailand.com แล้วคลิ้กหัวข้อ "สมัครสมาชิก" โดยกรอกข้อความในช่องต่างๆให้สมบูรณ์ โดยดำเนินการโอนเงินผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ และดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบุไว้
  3. ค่าสมัครสมาชิกรายปี 300 บาท / ราย 2 ปี 460 บาท / ราย 3 ปี 600 บาท / ตลอดอาชีพ 1,500 บาท ซึ่งสามารถใช้บริการได้กับ Youth Hostel ทั่วโลกค่ะ

จองตั๋วเครื่องบิน

โดยปกติทางประเทศสวิสเซอร์แลนด์ร่วมกับสายการบินสวิสแอร์ จะจัดโปรโมชั่นสำหรับคนไทยที่ต้องการเที่ยวมาเยี่ยมชมประเทศ ด้วยแพ็คเก็จ ตั๋วเครื่องบินไปกลับ กรุงเทพ-ซูริค พร้อมที่พัก3 คืนและ สวิสพาส4 วัน ในราคาที่ถูกพอ ๆ กับซื้อตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว ส่วนในกรณีที่ต้องการเที่ยวมากกว่าแพ็คเก็จ ก็สามารถทำได้โดยเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ข้อเสียของแพ็คเก็จนี้ก็คือ ต้องไปเป็นคู่เท่านั้นถ้าคุณบินเดี่ยว ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม สำหรับที่พัก และ สวิสพาสซึ่งไม่คุ้มกัน เช็ครายละเอียดของแพ็คเก็จนี้ได้ที่เว็บไซท์ http://www.swisspackage.info/

ตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพ-ซูริค ของสายการบินEmirates เป็นสายการบินที่มดภูมิใจนำเสนอ เพราะเป็นสายการบินที่ประหยัดและคุณภาพดี ทั้งในเรื่องของการบริการ และสภาพตัวเครื่องรวมไปถึงภายในของที่นั่งผู้โดยสาร แต่คุณจะต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองดูไบ และต้องรอเปลี่ยนเครื่องประมาณ2-5 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับตั๋วที่คุณจอง ถ้าไม่อยากรอนานต้องแจ้งทางเอเจนซี่ที่คุณจองตั๋วด้วยว่าให้เช็คเรื่องเวลาในการรอเปลี่ยนเครื่อง / นอกจาก Emirates ยังมีสายการบินที่เริ่มจะได้รับความนิยมตาม ๆ กันมาเพราะราคาประหยัด ก็คือ การ์ตาร์แอร์ไลน์ / เตอร์กิ๊ซแอร์ / และ เอทิฮัด (ลงที่ Geneva) ลองปรึกษาทางเอเจนซี่จำหน่ายตั๋วดูนะคะ

ทั้งนี้ยังมีบริษัทที่ขายตั๋วไป-กลับ กรุงเทพซูริค ราคาพิเศษเป็นช่วง ๆ ต้องคอยเช็คบ่อย ๆ เพราะบางทีเป็นตั๋วระยะสั้นแค่3 เดือน หรือ1 เดือน ราคาจะถูกกว่าปกติเข้าไปอีก ลองเข้าไปดูได้ที่เว็บ http://www.kmt.co.th/ หรือโทรไปเช็คกับพี่นุ่น โทร 084-0853111 บริษัท star avenue travel email artit_p@hotmail.com

คำเตือน
1. เวลาจองให้ระบุวันที่จะไปถึง และวัน ที่เดินทางกลับจะดีกว่าระบุวันที่ออกเดินทาง เพราะเราอาจจะสับสนกับเวลาที่เปลี่ยนแปลง เพราะการบินข้ามจากฟากฝั่งหนึ่งของโลกไปยังที่ฝั่ง
2. เมื่อออกตั๋วโดยปกติสายการบินEmirates จะออกเดินทางประมาณ ตีหนึ่ง หรือตีสาม ซึ่งมีหลายคนสับสนบ่อย ๆ เช่นวันเวลาในตั๋วระบุว่า9 July 2005 / 01.45am นั่นหมายความว่าคุณต้องมาถึงสนามบินตั้งแต่คืนวันที่8 แล้ว ไม่ใช่คืนวันที่9 เพราะเวลา01.45 นั้น เพิ่งพ้นผ่านวันที่8 มาได้เกือบสองชั่วโมงเท่านั้นเอง


เงินทอง

ถ้ากลัวว่า แลกเงินสดมาเยอะอาจจะไม่ปลอดภัย มดก็ขอแนะนำให้แลกเพียงจำนวนไม่มากประมาณ 100-200 ฟรังซ์ และเมื่อมาถึงประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็สามารถเบิกเงินสดจากตู้ A.T.M. ด้วยบัตร A.T.M.จากธนาคารของประเทศไทย ซึ่งบัตรนั้นจะต้องเป็นบัตรที่สามารถเบิกเงินในต่างประเทศได้ ยกตัวอย่างเช่น บัตรท่องโลกของธนาคารกสิกร เป็นต้น ค่าธรรมเนียมในการเบิกเงินแต่ละครั้งไม่สูงมาก ซึ่งควรสอบถามธนาคารที่คุณฝากเงินอยู่ (ธนาคารกสิกรคิดค่าธรรมเนียม 100 บาทต่อครั้งในการเบิกเงิน) ให้พลิกหลังบัตร A.T.M. คุณจะเห็นสัญลักษณ์ ‘PLUS' ซึ่งถ้าที่ตู้ A.T.M ในประเทศสวิส โชว์สัญลักษณ์นี้เช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่าคุณสามารถเบิกเงินสดสกุล สวิสฟรังซ์ ที่ตู้นั้นได้ค่ะ (หรือบางตู้ก็สามารถเบิกเงิน ยูโรได้เหมือนกัน)บัตรเครดิตเป็นที่ยอมรับมากคือ VISA / MASTERCARD รองลงมาคือ AMEX และถ้าต้องการแลกเงินมาก่อน ให้แลกเป็นแบ็งค์ 100 ฟรังซ์หรือต่ำกว่านะคะ ใช้ง่ายกว่าค่ะ

ค่าครองชีพที่สวิตเซอร์แลนด์ได้ชื่อว่าสูงติดอันดับโลก มดจะลองแจ้งคร่าว ๆ ถึงราคาสินค้าและบริการต่าง ๆ นะคะ

  • ร้านอาหารทั่วไป ค่าอาหารราคาเริ่มตนที่ประมาณ 18 - 20 ฟรังซ์ ยังไม่รวมน้ำ ชุด McDonalds เริ่มต้นที่ประมาณ 10 ฟรังซ์ แซนวิชง่าย ๆ เริ่มต้นที่ประมาณ 5 ฟรังซ์
  • เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม หรือ ชา กาแฟในร้านอาหารแก้วละประมาณ 3 ฟรังซ์ขึ้นไป
  • Postcard ราคาจะอยู่ประมาณ 1 ฟรังซ์ - 3 ฟรังซ์ ค่าแสตมป์อีกใบละ 1.80 ฟรังซ์ สำหรับส่งกลับไปเมืองไทย
  • สำหรับของฝากกระจุกกระจิก อย่างเช่น
    มีด Victorinox อันนี้ราคาต่ำสุดอยู่ที่ 15 ฟรังซ์(ไม่แน่ใจนะคะอาจมีต่ำกว่า)
    ช็อคโกแล็ต ของฝากที่ควรจะซื้อติดมือกลับไป ราคามีตั้งแต่ 1 ฟรังกว่า ๆ ไปจนถึงหลักร้อยค่ะ
    พวงกุญแจ เข็มกลัด ที่ติดตู้เย็น ราคาเริ่มตั้งแต่ประมาณ 5 ฟรังซ์ขึ้นไปค่ะ
    อีกอย่างที่มีชื่อคือไวน์ค่ะ มดไม่แน่ใจว่า เค้าจำกัดให้เอาขึ้นเครื่องได้กี่ขวดนะคะ ราคาไวน์ของที่นี่ไม่แพงค่ะ มีตั้งแต่ 10 ฟรังขึ้นไปค่ะ

ฤดูกาลและเสื้อผ้า

เรื่องที่มักจะมีคำถามเข้ามาบ่อย ๆ ก็คือ ฤดูกาล ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อที่จะได้เตรียมเสื้อผ้าไปได้ถูก จะว่าไปสองสามปีมานี้ ฤดูกาลทั่วโลกแปรปรวนอย่างมาก ดังนั้นคงจะยึดตามอดีตไม่ได้แล้ว ซึ่งจริง ๆ แล้วประเทศสวิตเซอร์แลนด์จะมีวันที่ตายตัวเลยนะคะ ว่าวันที่เท่าไหร่จะเป็นวันเริ่มต้นของฤดูต่าง ๆ แต่ว่าในปัจจุบันนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ได้แล้วค่ะ

หลายคนเข้าใจผิดว่า ถ้าไปในช่วงฤดุหนาวจะจัดกระเป๋ายาก และจะต้องขนเสื้อผ้ามาเยอะ เนื่องจากอากาศเย็นมาก ต้องใช้เสื้อผ้าหนา ๆ เยอะ แต่ที่จริงแล้ว ฤดูหนาวเป็นฤดูที่จัดกระเป๋าง่ายที่สุด และไม่ต้องแบกเสื้อผ้ามาเยอะด้วยค่ะ

ในความหนาวเย็นนั้น ข้อดีคือ ไม่มีเหงื่อ ทำให้ใส่เสื้อผ้าซ้ำกัน สลับผลัดเปลี่ยนกันได้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องขนมาเยอะไงคะ ยัง ๆ เราก็ใส่เสื้อแจ็คเก็ตตัวหนาทับอยู่ดี มดจะลอง List รายการจำเป็นทั่ว ๆ ไปที่ควรจะเตรียมมานะคะ ข้อสำคัญเวลาจัดกระเป๋าก็คือ ถามตัวเองก่อนว่า ของที่เราจะเอาไปนั้น จำเป็นแค่ไหนนะคะ

  • กระเป๋าสำหรับการเดินทางรายวัน แบบที่เค้าเรียกว่า Daypack นะคะ จะเป็นเป้ หรือกระเป๋าสะพายก็ได้ เอาไว้เก็บหนังสือเดินทาง ตั๋ว สมุดบันทึก กล้อง อาหาร+น้ำ
  • เสื้อผ้าจัดตามฤดูค่ะ
    • ฤดูใบไม้ผลิ เมษายน - มิถุนายน เตรียมแจ็คเก็ตที่ไม่หนาไม่บางจนเกินไป และเสื้อผ้าสบาย ๆ ที่สามารถสวมทับกันได้ ในกรณีอากาศเย็นขึ้นมากระทันหัน
    • ฤดูร้อน กรกฎาคม - กันยายน เตรียมเสื้อผ้าเหมือนที่ใส่เที่ยวเมืองไทยได้เลยค่ะ เพราะอากาศร้อนคล้าย ๆ บ้านเรา แต่ควรเช็คสภาพอากาศล่วงหน้า เพราะในบางครั้งอากาศก็แปรปรวน จนทำให้ฤดูร้อนกลายเป็นน้อง ๆ ฤดูหนาวได้ ควรเตรียมแจ็คเก็ตบาง ๆ กันลมกันฝน ไปด้วยนะคะ
    • ฤดูใบไม้ร่วง ตุลาคม - พฤศจิกายน เตรียมตัวเหมือนฤดูใบไม้ผลิ แต่ควรเผื่อเสื้อผ้าอุ่น ๆ ไปด้วยสัก 2-3 ตัวค่ะ
    • ฤดูหนาว ธันวาคม - มีนาคม ควรมีเสื้อแจ็คเก็ตตัวหนา ๆ สัก 1 ตัว และเสื้อไหมพรม หรือเสื้อผ้าอุ่น ๆ ไม่ต้องนำไปเยอะ เพราะใส่ซ้ำได้ ใส่ทับกันได้ และควรมีลองจอน หรือกางเกงผ้าค็อตท่อนรัดรูปเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ขาทั้งสองข้างด้วยค่ะ หมวกไหมพรมที่ดึงปิดหูได้จะดีมาก ๆ หรือจะเป็นผ้าพันคอก็ได้ค่ะ ถุงมือก็คืออีกสิ่งที่ไม่ควรลืมนะคะ
    • ทุกฤดูควรเตรียม แว่นกันแดด / ครีมกันแดด / ร่ม / ถุงมือ (ในกรณีขึ้นไปเที่ยวบนเขาที่มีหิมะ)
  • สมุดบันทึก / ปากกา / ถ้าไม่อยากเสียค่า Postcard เตรียมมาด้วยก็ได้ค่ะ
  • กล้องถ่ายรูป
  • ปลั๊กไฟจากบ้านเรา ใช้ได้นะคะแต่ต้องเป็นแบบขากลมเท่านั้น
  • ยารักษาโรคประจำตัว ยาดม ยาแก้ปวดเมื่อย ยาแก้ปวดหัว
  • ของใช้ส่วนตัวพวกสบู่ ยาสีฟัน ฯลฯ (ถ้าพักห้องรวมของ บ้านพักเยาวชนจะไม่มีผ้าเช็ดตัวให้นะคะ ยกเว้นห้องเตียงคู่ค่ะ)
  • รองเท้าเป็นรองเท้าที่ใส่สบาย เพราะบางทีอาจจะต้องเดินเยอะ เป็นรองเท้าผ้าใบก็ได้ หรือจะเตรียมมา 2 คู่ เป็นรองเท้าผ้าใบ 1 คู่ ลำลองอีก 1 คู่ (อย่าลืมถุงเท้านะคะ เตรียมมาพอดีวันเลยค่ะ) ไม่ควรเป็นรองเท้าใหม่ เพราะจะไม่คุ้นและอาจจะกัดได้ค่ะ
  • นาฬิกาข้อมือ สำคัญนะคะ เพราะการคมนาคมของที่นี่ตรงเวลามาก
  • ขวดน้ำเปล่าจากเมืองไทย คือที่สวิสเราสามารถหาน้ำเติมจากก๊อกน้ำสาธารณะได้ทั่วไปค่ะ ประหยัดเรื่องน้ำไปได้เรื่องนึงเลยนะคะ

เรื่องเสื้อผ้าที่ควรเตรียมไปในกรณี อากาศเย็น หรือในกรณีขึ้นเขาที่มีหิมะ มดขอแนะนำเสื้อกันหนาวยี่ห้อ Decathlon จากฝรั่งเศส ที่ผลิตในประเทศไทยค่ะ

คนที่ไม่ชอบใส่เสื้อโค้ท ผ้าไหมพรม หรือเสื้อสูท มดว่าเสื้อของ Decathlon น่าจะเป็นคำตอบที่ดีนะคะ เนื้อผ้าช่วยควคุมความอบอุ่น ให้อยู่ในร่างกาย ตัดเย็บปราณีต รูปแบบเก๋ แนวสปอร์ตตี้ แถมมีหลายสีให้เลือก ทั้งยังมีหลายขนาด คุณผู้หญิง คุณผู้ชาย รวมไปถึงเจ้าตัวเล็กด้วยค่ะ

ปกติแล้วสินค้ายี่ห้อนี้จะส่งออกอย่างเดียวค่ะ ไม่สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าในไทย แต่คุณสามารถซื้อได้ที่ บริษัท อินทนนท์ สปอร์ตติ้งกู๊ดส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิ์เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยค่ะ ราคาที่ขายก็ยังถูกกว่าไปซื้อที่ประเทศฝรั่งเศสเยอะมาก ๆ นะคะ ถ้าสนใจก็แวะไปดูสินค้าได้ที่ อาคารบางนาทาวเวอร์ ชั้น 1 นะคะ ถ้าขับรถไป ให้ยูเทิร์นตรง Lotus บางนานะคะ แล้วขับมาสักพักก็ถึงอาคารบางนาทาวเวอร์ค่ะ ร้านเปิดวันจันทร์ - อาทิตย์ 10 โมงเช้า ถึง สองทุ่มค่ะ นี่เป็นเบอร์โทรค่ะ 02-7519051 # 805

มดไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับทางร้านเค้าหรอกนะคะ แต่ว่ากลับเมืองไทยทีไร ก็ต้องมาขนเสื้อร้านนี้ไปทุกที ซึ่งก็จะได้แบบและสีใหม่ ๆ ทุกที : ) และทางร้านก็ยังมีอุปกรณ์กีฬาอื่น ๆ ด้วยค่ะ

 

 

 

ขอสงวนสิทธิ์ข้อความทั้งหมดภายในเว็บไซค์นี้ค่ะ Copyright by http://www.plan4swiss.com